วิธีทำขนมจีบ

มาดูวิธีทำขนมจีบไทยกันค่ะ เป็นวิธีทำขนมจีบไทยตำรับชาววังค่ะ เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนได้มีโอกาสดูรายการทำอาหารที่คุณนุ้ยสุจิรา เป็นพิธีกร วันนั้นได้มีการสาธิตการทำขนมจีบไทย โดยอดีตต้นเครื่อง วันนั้นท่านได้สาธิตการทำขนมจีบไทยได้อย่างน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งและท่านได้เล่าประวัติความเป็นมาว่าอดีตจะนิยมจับจีบขนมจีบง่ายๆซึ่งต่างจากสมัยนี้จะนิยมทำเป็นตัวนกกระทุ้งหน้าตาน่ารักน่ารับประทาน
ก่อนอื่นมาทราบส่วนผสมกันก่อนนะค่ะ
วิธีทำขนมจีบ เริ่มจากตัวขนมจีบ
- แป้งข้าวจ้าว 1 ถ้วย
- แป้งท้าวยายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
- แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่าต้มสุก 1 ถ้วย
วิธีการในการทำตัวขนมจีบ คือ นำแป้งข้าวจ้าว แป้งท้าวยายม่อม แป้งมัน เทรวมกันในกระทะทองเหลือง และใส่น้ำเปล่าต้มสุกคนให้แป้งละลายเข้ากันดีแล้วจึงนำขึ้นตั้งไฟอ่อน ใช้ไม้พายกวนไปเรื่อยๆโดยกดน้ำหนักไปที่ก้นกระทะเป็นวงกลมในทางเดียวกันจนแป้งเริ่มเป็นก้อน พยายามยีให้ทั่วเพื่อให้แป้งสุกทั่วกัน (แป้งจะเริ่มเปลี่ยนสี) ตักขึ้นมาเพื่อนวดให้แป้งคลายความร้อน ใช้แป้งมันทำเป็นแป้งนวลเพื่อกันไม่ให้แป้งที่เรานวดติดที่มือของเรา แต่ไม่ควรใช้มากไปจะทำให้แข็ง นวดไปเรื่อยๆจนแป้งนิ่ม จากนั้นแบ่งแป้งเป็นก้อนกลมเล็กๆ สำหรับปั้นเป็นตัวนก แล้วใส่ถุงพักไว้
ส่วนผสมไส้ขนมจีบมีดังนี้ คือ
- อกไก่ (นึ่งสุก-แยกน้ำเก็บไว้-สับให้ละเอียด) 250 กรัม
- ถั่วลิสง (คั่ว-ร่อน-โขกละเอียด) ½ ถ้วย
- หอมหัวใหญ่ (หั่นชื้นเล็กละเอียด) ½ ถ้วย
- รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
- เกลือ 2-3 ช้อนชา
- น้ำมันสำหรับผัดไส้ ½ ถ้วย
- น้ำจากการนึ่งไก่
- แครอทตัดเป็นสามเหลี่ยมเล็กๆเป็นปากนก
- งาดำสำหรับทำตานก
เรียบร้อยมาเริ่มทำไส้ขนมจีบกันเลยค่ะ
ตั้งกระทะไฟกลางใส่น้ำมัน ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกละเอียดจนหอม นำอกไก่ หัวหอมใหญ่ และน้ำซุปใส่ลงไป ผัดให้เข้ากันจนสุก ปรุงรสให้มีรสเค็มนำ หวานตาม ผัดต่อไปเรื่อยๆ ใส่ถั่วลิสง ผัดต่อจนแห้งร่วน แล้วตักขึ้นใส่ชามพักไว้ จากนั้นเอาแป้งที่เราปั้นกลมๆไว้มาทำตัวขนมจีบโดยขึ้นเบ้าเป็นแอ่งเหมือนกระทะ ใส่ไส้ หุ้มให้มิด จับแป้งนูนขึ้นมาให้เป็นส่วนหัว ใช้ที่จีบๆให้รอบตัวนก(อย่าลืมเอาแป้งมันทาที่จับจีบ) นำแครอทมาติดเป็นปาก ติดงาดำเป็นตา จากนั้นวางเรียนในลังนึ่งที่ปูด้วยใบตองและทาน้ำมันเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมพรมน้ำที่ตัวนกก่อนไปนึ่งนะคะ นึ่งไฟแรง 5-8 นาทีจนสุก จัดใส่จาน ทานกับผักกาดหอม ผักชี พริกขี้หนู ข้อสังเกต ขนมจีบไทยไม่มีน้ำจิ้มเหมือนขนมจีบจีนนะคะ จะทานแกล้มกับผักสดค่ะ
ลองนำสูตรวิธีทำขนมจีบนี้ไปทำทานได้นะคะ รับรองอร่อยเหาะเลยเชียวค่ะ แหะๆๆ น้ำลายไหลเลยค่ะ
ก่อนอื่นมาทราบส่วนผสมกันก่อนนะค่ะ
วิธีทำขนมจีบ เริ่มจากตัวขนมจีบ
- แป้งข้าวจ้าว 1 ถ้วย
- แป้งท้าวยายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
- แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่าต้มสุก 1 ถ้วย
วิธีการในการทำตัวขนมจีบ คือ นำแป้งข้าวจ้าว แป้งท้าวยายม่อม แป้งมัน เทรวมกันในกระทะทองเหลือง และใส่น้ำเปล่าต้มสุกคนให้แป้งละลายเข้ากันดีแล้วจึงนำขึ้นตั้งไฟอ่อน ใช้ไม้พายกวนไปเรื่อยๆโดยกดน้ำหนักไปที่ก้นกระทะเป็นวงกลมในทางเดียวกันจนแป้งเริ่มเป็นก้อน พยายามยีให้ทั่วเพื่อให้แป้งสุกทั่วกัน (แป้งจะเริ่มเปลี่ยนสี) ตักขึ้นมาเพื่อนวดให้แป้งคลายความร้อน ใช้แป้งมันทำเป็นแป้งนวลเพื่อกันไม่ให้แป้งที่เรานวดติดที่มือของเรา แต่ไม่ควรใช้มากไปจะทำให้แข็ง นวดไปเรื่อยๆจนแป้งนิ่ม จากนั้นแบ่งแป้งเป็นก้อนกลมเล็กๆ สำหรับปั้นเป็นตัวนก แล้วใส่ถุงพักไว้
ส่วนผสมไส้ขนมจีบมีดังนี้ คือ
- อกไก่ (นึ่งสุก-แยกน้ำเก็บไว้-สับให้ละเอียด) 250 กรัม
- ถั่วลิสง (คั่ว-ร่อน-โขกละเอียด) ½ ถ้วย
- หอมหัวใหญ่ (หั่นชื้นเล็กละเอียด) ½ ถ้วย
- รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
- เกลือ 2-3 ช้อนชา
- น้ำมันสำหรับผัดไส้ ½ ถ้วย
- น้ำจากการนึ่งไก่
- แครอทตัดเป็นสามเหลี่ยมเล็กๆเป็นปากนก
- งาดำสำหรับทำตานก
เรียบร้อยมาเริ่มทำไส้ขนมจีบกันเลยค่ะ
ตั้งกระทะไฟกลางใส่น้ำมัน ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกละเอียดจนหอม นำอกไก่ หัวหอมใหญ่ และน้ำซุปใส่ลงไป ผัดให้เข้ากันจนสุก ปรุงรสให้มีรสเค็มนำ หวานตาม ผัดต่อไปเรื่อยๆ ใส่ถั่วลิสง ผัดต่อจนแห้งร่วน แล้วตักขึ้นใส่ชามพักไว้ จากนั้นเอาแป้งที่เราปั้นกลมๆไว้มาทำตัวขนมจีบโดยขึ้นเบ้าเป็นแอ่งเหมือนกระทะ ใส่ไส้ หุ้มให้มิด จับแป้งนูนขึ้นมาให้เป็นส่วนหัว ใช้ที่จีบๆให้รอบตัวนก(อย่าลืมเอาแป้งมันทาที่จับจีบ) นำแครอทมาติดเป็นปาก ติดงาดำเป็นตา จากนั้นวางเรียนในลังนึ่งที่ปูด้วยใบตองและทาน้ำมันเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมพรมน้ำที่ตัวนกก่อนไปนึ่งนะคะ นึ่งไฟแรง 5-8 นาทีจนสุก จัดใส่จาน ทานกับผักกาดหอม ผักชี พริกขี้หนู ข้อสังเกต ขนมจีบไทยไม่มีน้ำจิ้มเหมือนขนมจีบจีนนะคะ จะทานแกล้มกับผักสดค่ะ
ลองนำสูตรวิธีทำขนมจีบนี้ไปทำทานได้นะคะ รับรองอร่อยเหาะเลยเชียวค่ะ แหะๆๆ น้ำลายไหลเลยค่ะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น